การเดินทางและท่องเที่ยว

ระนอง 2 วัน 1 คืน Hidden Gem ของภาคใต้ เที่ยว กิน ครบจบในทริปเดียว

ระนอง เมืองเล็กๆ ริมฝั่งทะเลอันดามันทางภาคใต้ของประเทศไทย ที่นี่คือ Hidden Gem ของภาคใต้ที่ซุกซ่อนของดีเอาไว้มากมาย ทั้งอาหารการกิน สถานที่ท่องเที่ยว และที่พักสวยๆ อีกทั้งยังมีทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลายและอุดมสมบูรณ์ จนทำให้ใครหลายๆ คนต่างตกหลุมรักเมืองระนองตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้มาสัมผัส ซึ่ง Sanook Travel เราได้มีโอกาสไปเที่ยวเมืองระนองในเวอร์ชันของการท่องเที่ยวในตัวเมืองแบบไม่ลงเกาะ ซึ่งถือว่าเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่เหมือนกัน เพราะปกติแล้วใครต่อใครมาเที่ยวระนองก็ต้องลงไปเที่ยวเกาะกันหมด ไม่ว่าจะเป็นเกาะพยาม เกาะช้าง หรือทางทะเลพม่า แต่จริงๆ แล้วในเมืองระนองนี้มีของดีรอให้ทุกคนได้มาสัมผัสอีกมากมาย ลองไปดูกันว่าการเดินทางของเราในครั้งนี้จะมีอะไรน่าสนใจกันบ้างครับ

191163_201119_60

191163_201119_5

191163_201119_4

เริ่มต้นการเดินทางสู่เมืองระนองนั้นเดี๋ยวนี้ก็สะดวกสบายมากๆ สามารถบินตรงไปลงที่สนามบินระนองได้เลย โดยในทริปนี้เราเลือกเดินทางด้วยสายการบิน Nok Air ไฟล์ทเช้าตรู่ บินตรงจากดอนเมืองสู่เมืองระนองใช้เวลาแค่ประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น ข้อดีของการเดินทางในไฟล์ทเช้าคือคุณจะสามารถท่องเที่ยวได้อย่างเต็มวันโดยไม่เสียเวลา แถมยังได้ชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นกลางน่านฟ้าอีกด้วย

191163_201119_102
191163_201119_103

เมื่อเดินทางมาถึงระนองแล้วไปหาข้าวเช้ากินกันก่อนดีกว่า ซึ่งร้านที่เราจะพาทุกคนไปกินกันในวันนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งร้านขึ้นชื่อของเมืองระนองเลยกับร้านโจ๊กสามชั้น ร้านขายโจ๊ก ข้าวต้ม และต้มเลือดหมูซึ่งขายดีมากๆ เรียกได้ว่ามาหลัง 8 โมงเช้าอาจจะไม่ทันได้ทานแล้วก็เป็นได้ รสชาติอาหารอร่อยสมชื่อเลย ทั้งโจ๊กและต้มเลือกหมูที่เราได้สั่งมาลองทาน เครื่องแน่นมากๆ ใครมาระนองต้องมาลองนะครับ

191163_201119_1
191163_201119_2

เมื่อกระเพราะอาหารคาวนั้นอิ่มแน่นแล้ว แต่กระเพราะขนมหวานยังไม่ถูกเติมเต็ม! เพราะฉะนั้นเราจึงต้องไปหาของหวานทานกันต่อ ซึ่งเมนูขนมหวานของเราในเช้านี้ก็คือ... ชานมไข่มุกนั่นเอง ชานมไข่มุกจากร้านราชาลิงได้ช่วยเติมเต็มกระเพราะอาหารส่วนของหวานได้อย่างเพอร์เฟ็ค เป็นอีกหนึ่งร้านแนะนำในตัวเมืองระนองเลยสำหรับคนที่ชอบกินชานมไข่มุกห้ามพลาด ทางร้านเขามีเมนูหลากหลายมาก ลองมาชิมกันดูครับ

191163_201119_3

191163_201119_8

เมื่อท้องอิ่มแล้วพร้อมเดินทาง ก็ได้เวลาออกสำรวจเมืองระนองกันโดยจุดแรกที่เราจะไปกันก็คืออนุเสาวรีย์เจ้าเมืองระนอง ท่านพระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี แวะไหว้ท่านเจ้าเมืองเอาฤกษ์เอาชัยกันก่อนการท่องเที่ยวในทริปนี้

191163_201119_0

หลังจากนั้นไปกันต่อที่บ้านเทียนสือ บ้านเก่าที่มีความเก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองระนอง สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 โดยมีอายุถึง 150 ปีเลยทีเดียว ดั้งเดิมบ้านหลังนี้เป็นของท่านเทียนสือหลานเขยของเจ้าเมืองระนอง ซึ่งปัจจุบันได้ตกทอดมาสู่ทายาทผู้สืบเชื้อสายมาจากท่านเทียนสือนั่นเอง 

191163_201119_44
191163_201119_46
191163_201119_50

บ้านเทียนสือแห่งนี้นอกจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดของระนองแล้วยังเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ความเป็นมาอย่างยาวนานของเมืองระนองอีกด้วย ที่นี่เต็มไปด้วยของเก่าของโบราณที่ยังคงรักษาสภาพมาได้อย่างสมบูรณ์จนถึงตอนนี้ ทั้งทรงบ้านแบบเก่าแก่ดั้งเดิม และข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ อีกทั้งยังมีมุมถ่ายรุปสุดคลาสสิคให้กับนักท่องเที่ยวได้มาแต่งชุด บะบ๋า ยะหย๋า ถ่ายภาพเก็บความประทับใจกันอีกด้วย 

191163_201119_47
191163_201119_51
191163_201119_53

เสร็จจากบ้านร้อยปีเทียนสือเราสามารถนำชุด บะบ๋า ยะหย๋า ให้สาวๆ ใส่เที่ยวต่อกันไปได้ เพราะจุดต่อไปเราจะไปถ่ายรูปเล่นกันต่อที่สตรีทอาร์ทเมืองระนอง ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 จุด ในบริเวณตลาดพม่า แต่ละจุดจะแสดงออกให้เห็นถึงวิถีชีวิตความเป็นมาของชาวระนอง เป็นกิมมิคสุดเก๋ที่สร้างความสนุกสนานให้กับนักท่องเที่ยวในการเดินตามหาสตรีทอาร์ทในย่านตลาดเก่านี้ ใครมาเที่ยวที่นี่อย่าลืมมาเก็บให้ครบ 3 จุดนะครับ เดี๋ยวเพื่อนจะหาว่ามาไม่ถึง!

191163_201119_55
191163_201119_56
191163_201119_57
191163_201119_61

มื้อเที่ยงเราไปทานอาหารกันที่ J&T ร้านอาหารพื้นเมืองของระนองที่มีเมนูหาทานยากมากมายให้บริการที่ร้าน ทั้งหมูฮ้อง ยำกาหยู(เม็ดมะม่วงหิมพานต์) ห่อหมกที่เสิร์ฟมาแบบขนมครกเป็นต้น รสชาติอร่อยจัดจ้านทุกเมนู แอบเห็นรูปถ่ายคู่กับเซเลปดังๆ เต็มร้านเลยที่มาเยือนร้านนี้ คงไม่ต้องบรรยายถึงคุณภาพของร้านให้มากมายครับสำหรับที่นี่

191163_201119_10

ต่อจากอาหารจานหลักที่ J&T เราไปต่อกันที่คาเฟ่สุดชิคของระนองกับร้าน 12 Cafe&Bakery ร้านสไตล์เล็กๆ ไสตล์ลอฟต์ที่ตกแต่งได้อย่างน่ารักด้วยต้นไม้ใบหญ้าและรถเต่าคันงามที่จอดเป็นพร็อบอยู่หน้าร้าน เป็นมุมถ่ายรูปเก๋ๆ ที่ต้องมาเช็กอิน

191163_201119_11
191163_201119_14

ส่วนเมนูอาหารของทางร้านนั้นก็มีให้เลือกมากมายทั้งขนมต่างๆ ทั้งเค้ก และครัวซองต์ และเครื่องดื่มทั้งชา กาแฟ และน้ำผลไม้โซดา เป็นคาเฟ่หนึ่งที่เรามองว่าถูกใจสายคาเฟ่อย่างแน่นอน 

191163_201119_15
191163_201119_16

เข้าสู่ช่วงบ่ายไปเราไปหาแหล่งท่องเที่ยวชุมชนกันบ้าง โดยจุดแรกของรูทท่องเที่ยวชุมชนนั้นเราไปกันที่ กลุ่มเซรามิกบ้านหาดส้มแป้น กลุ่มทำเซรามิคจากดินในท้องถิ่นซึ่งได้ผ่านการวิจัยมาแล้วว่าคุณภาพดินของชุมชนนั้นเหมาะที่จะนำมาทำเครื่องเซรามิค จนเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดกลุ่มอาชีพการทำเซรามิคขึ้นมา คุณป้าผู้ดูลแอบกระซิบว่าผลงานจากกลุ่มเซรามิคหาดส้มแปนนี้ได้รับรางวัลระดับประเทศด้วย

191163_201119_17
191163_201119_19

และนอกจากการเยี่ยมชมแล้วทางศูนย์ยังมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ทำด้วยการหัดปั้นเซรามิคด้วยฝีมือของตัวเองด้วย สร้างความสนุกสนานให้กับกลุ่มพวกเราเป็นอย่างมาก

191163_201119_20

ต่อจากศูนย์เซรามิคเราไปต่อกันที่ กลุ่มร่อนแร่เมืองระนอง ซึ่งเป็นอาชีพเก่าแก่ของคนที่นี่เลย ปัจจุบันก็ยังมีการทำอาชีพนี้กันอยู่แต่น้อยลงกว่าเดิมมาก โดยเราจะได้ลองสมบทเป็นคนร่อนแร่ลงไปร่อนแร่ในลำธารจริงๆ ซึ่งบอกเลยว่ากิจกรรมนี้จะสร้างความประทับใจให้กับคุณอย่างแน่นอน ไม่บ่อยครั้งหรอกที่คุณจะได้มีโอกาสมาลองร่อนแร่แบบนี้ หากมาเที่ยวเมืองระนองลองแวะมากันนะครับ ที่ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาหาดส้มแป้นแห่งนี้

191163_201119_21
191163_201119_22
191163_201119_25

ท่องเที่ยวกันมาอย่างเต็มที่แล้วไปเก็บของเช็กอินเข้าโรงแรมกันดีกว่า ในทริปนี้เราเลือกพักที่ The Galla Hotel โรงแรมสไตล์ Boutique ที่มีการตกแต่งสไตล์โมเดิร์นดูสะอาดสะอ้านสบายตา ภายในห้องมีเฟอร์นิเจอร์และสิ่งอำนวยควาสะดวกครับครัน และที่ถือว่าเป็นไฮไลท์เลยคือมีระเบียงยื่นออกไปเห็นวิวเมืองระนองแบบพาโนรามาเลย เรียกได้ว่าเข้ามาพักแล้วไม่อยากจะออกไปไหนเลยห้องดีจริงๆ 

191163_201119_26
191163_201119_38
191163_201119_39

ด้านล่างจะมีสระว่ายน้ำอยู่บริเวณห้องอาหาร สามารถลงมาใช้บริการกันได้ แต่ในวันนี้เราต้องรีบไปเพราะมีนัดไปทานอาหารเย็นพร้อมชมวิวพระอาทิตย์ตกกันต่อที่ร้านอาหารเคียงเลนั่นเอง

191163_201119_41

จากโรงแรม The Galla ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงเท่านั้นเดินทางสู่ร้านอาหารเคียงเล ร้านนี้ถือได้ว่าเป็นร้านที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองระนองเลยก็ว่าได้ ด้วยเพราะโลเคชันที่ตั้งอยู่ริมทะเล และอาหารทะเลสดๆ ที่มีเสิร์ฟให้บริการทุกวัน

เรามาถึงที่ร้านช่วงเลาประมาณเกือบจะหกโมงเย็นพอดี และสิ่งที่เราได้เจอตอนนี้ก็คือ ท้องฟ้าสีทองที่ส่องกระจายไปทั่วผืนน้ำ พระอาทิตย์กำลังค่อยๆ ตกลงไปหลังภูเขาอีกฝั่งหนึ่งของท้องทะเล เป็นภาพบรรยากาศที่สะกดทุกคนไว้ด้วยความงดงาม เป็นโมเม้นต์ที่น่าประทับใจ

191163_201119_89
191163_201119_90

และนอกจากแสงสีทองแล้วการแสดงของท้องฟ้ายังไม่จบเท่านี้ เพราะระวห่างที่เรานั่งทานอาหารกันริมทะเลนั้น แสงทไวไลท์ก็โพยพุ่งขึ้นมา แต่งแต้มสีสันให้กับมื้ออาหารเย็นของเราได้อย่างน่าประทับใจ จะมีอะไรดีไปกว่าการได้กินของอร่อยๆ ริมทะเลท่ามกลางบรรยากาศดีๆ แบบนี้อีกบอกเลยว่ามื้อนี้ฟิน!

191163_201119_32
191163_201119_97

ผ่านไปหนึ่งวันสำหรับการเที่ยวในเมืองระนอง เช้าวันต่อมาเราตื่นกันตั้งแต่เช้ามืดเพื่อไปชมทะเลหมอกลับๆ ของเมืองระนองกันที่เขาฝาชี จุดชมวิวทะเลหมอกในอำเภอละอุ่น ซึ่งต้องขับรถออกไปจากตัวเมืองประมาณ 1 ชั่วโมง 

41163_201104_0_0
41163_201104_1

จุดชมวิวมุมนี้สวยงามประทับใจเราเป็นอย่างมาก ภาพบรรยากาศของเกาะแก่งในท้องทะเลที่ถูกปกคลุมไปด้วยทะเลหมอกอีกทีหนึ่ง เป็นอะไรที่อันซีนและสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้มาเยือนอย่างเราได้เป็นอย่างดี

41163_201104_25
41163_201104_40

หลังจากกลับลงมาจากเขาฝาชี ก่อนที่จะเข้าเมืองเราแวะเที่ยวกันที่น้ำตกปุญญบาล น้ำตกที่ตั้งอยู่บริเวณหัวโค้งริมถนน เรียกได้ว่าจอดรถลงมาแล้วถึงน้ำตกเลยไม่ต้องเดินให้เหนื่อย แถมยังเป็นน้ำตกที่มีแพทเทิร์นความสวยงามไม่แพ้ที่ใดๆ เลย ยิ่งในช่วงนี้มีน้ำเยอะ น้ำตกยิ่งสวย ใครผ่านทาทางถนนเส้นนี้ลองแวะมาชมกันครับ

191163_201119_33
191163_201119_35
191163_201119_36

เรากลับเข้าสู่โรงแรมที่พักในช่วงสายอาบน้ำแต่งตัวกันเรียบร้อยแล้วลงมาทานข้าวกันที่ห้องอาหารของ The Galla ซึ่งเมนูแนะนำที่ถือว่าเป็นไฮไลท์ของที่นี่เลยก็คือข้าวยำเกาหลี ทำออกมาได้ดีมากๆ อร่อยดีงามสมคำร่ำลือ ใครมาพักที่ The Galla ห้ามพลาดนะครับ

191163_201119_42
191163_201119_43

เมื่อทานข้าวกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ช่วงสายนี้เราจะออกไปเที่ยวกันในโซนอำเภอหงาวกันบ้าง โดยจุดแรกของวันนี้ก็คือภูเขาหญ้า แลนด์มาร์คของเมืองระนองนั่นเอง ในจุดภูเขาหญ้านี้หากใครที่ไม่เคยมาจะต้องว้าวกับทัศนียภาพของภูเขาหัวโล้นแห่งนี้แน่นอน เพราะที่นี่เป็นภูเขาหัวโล้นที่มีทุ่งหญ้าปกคลุมจนกลายเป็นสีเขียวงดงาม เป็นมุมถ่ายรุปที่ใครต่อใครต่างก็ต้องมาเช็กอินกัน บรรยากาศเหมือนต่างประเทศเลย 

191163_201119_58
191163_201119_64

และถ้าหันหลังกลับไปคุณก็จะได้เห็นกับน้ำตกหงาว น้ำตกที่มีความสูงมากๆ ไหลลงมาจากยอดเขา เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองระนอง

191163_201119_62

191163_201119_66

เดินเล่นถ่ายรูปกันที่ภูเขาหญ้าจนถึงช่วงเที่ยงได้เวลาไปหาของกินอร่อยๆ กันแล้วสำหรับมื้อกลางวัน ซึ่งร้านที่เราเลือกไปทานกันในวันนี้ก็คือ Baroque Le Cafe&Boutique Resort ร้านอาหารในซอยวัดหงาว ซึ่งเป็นทั้งร้านอาหารและที่พักนั่นเอง

191163_201119_67
191163_201119_68

จุดเด่นของที่นี่คือสไตล์การตกแต่งแบบ Antique เน้นใช้ของเก่าเก็บสุดคลาสสิคจากยุโรปในการมาแต่งร้าน อีกทั้งโลเคชันของร้านยังอยู่ติดกับริมน้ำที่ทอดยาวไปจนถึงตีนเขาอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในร้านที่บรรยากาศดีทั้งการตกแต่งและโลเคชันเลย 

191163_201119_69

ส่วนเมนูอาหารนั้นจะเป็นแนวอาหารใต้ฟิวชันที่ดัดแปลงจากสูตรดั้งเดิมมาได้อย่างสรรค์ แถมบางเมนูยังเป็นสูตรเฉพาะที่หาทานจากร้านอื่นไม่ได้อีกด้วย รสชาติอาหารอร่อยใช้ได้เลย แนะนำหากใครมาเที่ยวในเขตอำเภอหงาวต้องแวะมาร้านนี้ครับ

191163_201119_72

อิ่มอร่อยกันเรียบร้อยแล้วไปเที่ยวกันต่อที่ ธาริน ฮอทสปริง TARYN HOT SPRINGS บ่อน้ำร้อนน้องใหม่ของจังหวัดระนอง ซึ่งต้องบอกเลยว่าถึงจะเป็นน้องใหม่แต่การบริหารจัดการนั้นแซงหน้าที่อื่นๆ ไปอย่างเห็นได้ชัด โดยที่นี่จะมีการให้บริการแก่ลูกค้าที่อยากจะมาแช่น้ำร้อนอย่างเป็นระบบระเบียบ มีทั้งบริการนวดระหว่างแช่น้ำร้อนและ สปาแบบส่วนตัวด้วย 

191163_201119_70
191163_201119_73

191163_201119_74

อีกทั้งบรรยากาศรอบๆ บริเวณนี้ก็เต็มไปด้วยธรรมชาติรายล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ยิ่งเพิ่มความสดชื่นให้กับนักท่องเที่ยวยิ่งขึ้นไปอีก เป็นการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่ทำให้สบายใจและสบายกาย การได้แช่น้ำร้อนท่ามกลางป่าแบบนี้มันดีงามจริงๆ

191163_201119_75
191163_201119_77
191163_201119_79

ปิดท้ายทริปนี้กับมื้ออาหารเย็นสุดฟินของเรา ที่ร้านคุ้นลิ้น ร้านอาหารที่เรียกได้ว่าเป็นเบอร์ต้นๆ ของระนองเลยก็ว่าได้ในเรื่องของคุณภาพ ที่ร้านคุ้นลิ้นนั้นให้บริการทั้งอาหารซีฟู้ดและอาหารใต้รสจัดจ้านในแบบคนใต้แท้ๆ ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบเป็นอย่างมากสำหรับเรา วัตถุดิบทุกอย่างสดอร่อยแบบสัมผัสได้เลย ไม่ว่าจะเป็นกุ้งผัดซอสมะขาม ปลาทูทอดกะปิ กุ้งล็อบเตอร์ ปูม้าดอง และอีกหลากหลายเมนู เรียกได้ว่าคุณภาพสมคำร่ำลือ ไม่แปลกใจเลยทำไมใครต่อใครมาเที่ยวระนองต่างก็ต้องแวะมาที่ร้านนี้

191163_201119_80
191163_201119_83
191163_201119_85

นอกจากอาหารคาวแล้วที่ร้านยังมีเมนูเครื่องดื่มชานมไข่มุกให้บริการด้วย สามารถสั่งทานกันได้หรือหากไม่ได้มาทานอาหารที่ร้านก็สามารถสั่งได้เช่นกัน ไม่ต้องอยู่กรุงเทพฯ ก็มีชานมไข่มุกอร่อยๆ กินระหว่างเดินทางแบบนี้คือดี!

191163_201119_82

สุดท้ายนี้ตลอด 2 วัน 1 คืนในการเที่ยวระนองนั้น เราจะเห็นได้เลยว่าเมืองระนองนั้นมีความหลากหลายจริงๆ ทั้งในด้านของทรัพยากร อาหารการกิน คือเรียกได้ว่าไม่ว่าคุณจะเป็นนักท่องเที่ยวประเภทไหน เมืองระนองก็สามารถรองรับและตอบโจทย์ได้สำหรับนักท่องเที่ยวทุกแนว ซึ่งการเดินทางมาเที่ยวที่นี่เดี๋ยวนี้ก็สะดวกสบายทั้งขาไปและขากลับ ผู้คนยิ้มแย้มน่ารักเป็นกันเอง โรงแรมที่พักราคาไม่แพง อาหารการกินก็อร่อยและราคาไม่แพงเช่นกัน การเดินทางในเมืองก็สามารถใช้บริการรถเช่าหรือรถสองแถวแดงในการท่องเที่ยวได้ รู้อย่างนี้แล้วจะรออะไร มาเที่ยวระนองกันดีกว่าครับ